ซ้อมทีละก้าวเล็กๆ จนเป็นบทเพลงที่ยิ่งใหญ่ได้ เรื่องเล็กๆ ที่หลายคนลืมไปในการซ้อมไวโอลิน

ถ้าสมมุติว่า มียาวิเศษอยู่ขวดหนึ่ง เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทรมาณนานถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งจะเจ็บปวดทรมาณแบบสุดๆ แต่เมื่อยาออกฤทธิ์แล้วจะทำให้ผู้ที่ดื่มเข้าไปกลายเป็นนักไวโอลินที่เก่งฉกาจทันที

ถ้าเป็นคุณ คุณจะดื่มไหม?

หลายคนที่อยากเล่นไวโอลินเก่งคงตอบว่า “ดื่ม” ทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ทนๆปวดแสบปวดร้อนซัก 3 ชั่วโมง แล้วออกมาเล่นไวโอลินเก่งเทพ คุ้มจะตายไป!

แต่ในชีวิตจริงไม่มียาวิเศษ มีเพียงยาธรรมดา ที่ต้องดื่มทุกวัน ไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว เมื่อดื่มแล้วก็จะเมื่อยๆ เหนื่อยๆ นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อชีวิต เมื่อดื่มไปหลายๆปี ก็จะกลายเป็นนักไวโอลินที่เก่งฉกาจได้เช่นกัน

จะมีสักกี่คนที่จะทนดื่มยาธรรมดาขวดนี้ไปเรื่อยๆ?

คนในปัจจุบันนั้นใจร้อนมากครับ เราต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้แบบทันตาเห็น จนบางครั้งเราลืมไปแล้วว่าการฝึกทักษะนั้น เป็นการสั่งสมทีละเล็กทีละน้อยทุกวันจนเกิดความชำนาญ

เลยกลายเป็นว่า พอซ้อมไปซักพักยังเล่นได้ไม่ดีก็รู้สึกท้อ ขี้เกียจซ้อมละ… พอรู้สึกยากและคิดว่าเราคงเล่นไม่ได้หรอกก็เลยเลิกซ้อมไป คนที่เล่นได้คงจะต้องเก่งมากๆ ต้องมีพรสวรรค์แน่ๆ

แล้วพรสวรรค์ก็ถูกใช้เป็นข้ออ้างอีกครั้ง…

ในความเป็นจริง ต่อให้เด็กมีพรสวรรค์ขนาดไหนก็มีบางเทคนิกหรือบางเพลงที่ต้องซ้อมอยู่หลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนถึงจะทำได้ดีกันทั้งนั้นครับ แต่ละวันที่ซ้อมก็รู้สึกเหมือนๆเดิมคือ ทำได้ไม่ค่อยดี ไม่คล่อง ยาก ผ่านไปวันแล้ววันเล่าก็ยังรู้สึกเหมือนๆเดิม แต่เมื่อผ่านไปหลายสัปดาห์กลับมามองย้อนดูกลับพบว่า อ้าว! เราทำได้แล้วนี่นา เราทำได้ดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย…

ความสำเร็จที่สะสมเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน เล็กน้อยจนเราไม่เห็นคุณค่าจึงง่ายมากที่จะถูกมองข้ามไป เพราะเรามัวแต่มองหาความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาแบบทันตาเห็น ถ้าจะมีใครซักคนที่ขยันทำงานเก็บเงินจนได้หนึ่งล้านบาท ก็คงไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่ากับคนที่ถูกหวยได้เงินมาหนึ่งล้านบาทภายในพริบตาเดียวใช่มั้ยครับ

หลายๆเรื่องในชีวิตไม่ใช่เฉพาะกับการซ้อมไวโอลินก็เป็นเช่นเดียวกันครับ ต้องอาศัยความพยายามทำวันละเล็กวันละน้อยไม่ใช่จะสำเร็จได้ในพริบตาเดียว คนที่สำเร็จคือคนที่อดทนพอกับความรู้สึกว่าความสำเร็จยังมาไม่ถึงซักทีได้นานกว่าคนอื่นๆ ผมชื่นชมเลยครับว่าเด็กที่ฝึกไวโอลินจนเก่งได้เป็นคนที่มีความอดทนสูงมากๆ จนเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอดทนทำจนกว่าจะสำเร็จเลยทีเดียว

“One can achieve great thing by doing small things everyday.”

About the Author อ.ณัฐนุชา ศศิปุราณะ (ครูนุ)

ผู้คิดค้นวิธีการสอนดนตรีแบบ MusIQ Method ที่เน้นการเรียนโดยผู้เรียนเลือกเพลงเรียนเองได้ สร้างเป้าหมายทางดนตรีด้วยตนเอง และพัฒนาวิธีคิดอย่างชาญฉลาดเพื่อนำมาปรับใช้กับการเรียนและชีวิตประจำวันได้ โดยมีผลงานสร้างแชมป์ไวโอลินระดับประเทศ 5 ปีซ้อน ด้วยวิธีการสอนดนตรีที่แตกต่าง เน้นพื้นฐานที่ถูกต้อง สอนวิธีการซ้อมด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เป็นที่ยอมรับในวงการศึกษาดนตรีและมีผลงานระดับประเทศมากมาย จบเกียรตินิยมอันดับ 1 จาก คณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร จบปริญญาโทด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 จาก คณะดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: